9 นิสัยการวิ่งแบบผิดๆ ที่ควรเลิกซะ!
การวิ่งถือเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ดีและทำได้ง่าย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักการวิ่งที่ถูกวิธีจริงๆ? เพราะถ้าทำผิดวิธีนอกจากจะเหนื่อยเปล่าแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดีด้วย ฉะนั้นลองมาสำรวจพฤติกรรมการวิ่งของตัวเองกัน ว่าคุณมี 9 ข้อต่อไปนี้หรือไม่ ถ้ามีก็ขอให้ลด ละ เลิกซะ! เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง

1. วิ่งมากเกินไป
การใช้งานร่างกายหนักเกินไปก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรที่ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่ได้หยุด ผลเสียที่ตามมาคือเครื่องจักรจะเสื่อมสภาพเร็ว หรือไม่ก็อาจจะชำรุดจนไม่สามารถซ่อมให้กลับมาใช้งานได้อีก ร่างกายเราก็เช่นกัน คุณควรรู้ลิมิตร่างกายตัวเองว่าวิ่งได้ไหวแค่ไหน แล้วพยายามวิ่งเท่านั้นพอ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วพยายามเร่งทำให้ได้เท่ากัน เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน วิ่งเท่าที่คุณจะวิ่งไหว แล้วค่อยๆฝึกไปอย่างเป็นขั้นตอนดีกว่า ไม่อย่างนั้นร่างกายจะทรุดโทรมเอา

2. ไม่เตรียมอาหารไว้สำหรับทานตอนวิ่งเสร็จ
หลังจากวิ่งมาเหนื่อยๆ คุณควรพักด้วยการทานของว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง จากนั้นตามด้วยมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อช่วยสร้างกล้ามเนื้อ

3. ไม่ทาครีมกันแดด
คุณคงไม่อยากออกไปวิ่งแล้วตัวไหม้เกรียมกลับมา โดนแดดเผาจนปวดแสบปวดร้อนไปหมดแน่นอน ฉะนั้นก่อนออกจากบ้านก็ทาครีมกันแดดให้ทั่วหน้าและตัวซะ

4. ไม่วอร์มร่างกายให้สม่ำเสมอ
นอกจากการวิ่งปรกติแล้ว วันว่างๆคุณก็ควรหาเวลาวอร์มร่างกายบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ติดต่อกันเดือนกว่าๆก็ยังดี เพราะถ้าร่างกายคุณแข็งแรงแล้ว คุณจะวิ่งได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้วอร์ม

5. ออกตัววิ่งเร็วเกินไป
สำหรับคนที่เข้าร่วมการแข่งวิ่ง คุณต้องดูสัญญาณจากกรรมการให้ดีก่อน ใจเย็นๆ ดูว่ากรรมการให้ออกตัวตอนไหนแล้วค่อยไปพร้อมกับคนอื่นๆ อย่าออกไปก่อน เพราะจะทำให้เกมเสียเวลา

6. บาดเจ็บแล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัว
ข้อนี้ไม่สมควรเป็นที่สุด เวลาวิ่งคุณอาจเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก หรือหกล้มเป็นแผลได้ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วควรไปปรึกษาหมอ ไม่ใช่อยู่เฉยๆ เพราะร่างกายคุณจะไม่ฟื้นตัวเสียที แล้วถ้ายังไม่ฟิ้นตัวคุณก็ยังไม่ควรเสี่ยงวิ่งต่อ

7. ไม่ยืดเส้นยืดสายก่อนการวิ่ง
คล้ายกับข้อ 4 แต่ข้อนี้เน้นช่วงเวลาก่อนการออกตัววิ่ง คือคุณควรยืดเส้นยืดสายขาบ้าง ย่อเขายืดขาไปมา เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อม จะช่วยลดการบาดเจ็บได้

8. วิ่งทั้งๆที่นอนไม่พอ
คืนก่อนวันที่จะไปวิ่ง คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเป็นการชาร์จพลังงานให้กับร่างกาย เวลาวิ่งจะได้ไม่อ่อนเพลียง่ายหรือไม่รู้สึกหน้ามืด

9. กดดันตัวเอง
กีฬาจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อมันทำให้เราได้ออกกำลังกาย และที่สำคัญคือทำให้เรามีความสุขด้วย ฉะนั้นคุณควรวิ่งด้วยจิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน วิ่งไปแบบเรื่อยๆไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องกดดันตัวเอง ไม่ต้องไปพยายามแข่งกับใคร แต่ให้คิดแค่ว่าอยากตั้งใจวิ่งให้ดีที่สุดเพื่อสุขภาพ เท่านั้นพอ
